ย้อนกลับ

นักพัฒนา Ethereum Core ประกาศเลื่อน ‘Difficulty Bomb’ อีกแล้ว

author avatar

เขียนโดย
Azmi Boonmalert

editor avatar

แก้ไขโดย
Passanai Jiraruekmongkol

17 มิถุนายน พ.ศ. 2565 09:47 ICT
เชื่อถือได้
  • ในวันศุกร์ นักพัฒนา Ethereum Core ประกาศเลื่อน Difficulty Bomb อีกครั้ง
  • “Difficulty Bomb” ซึ่งเป็นส่วนของโค้ดที่เมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะค่อย ๆ ไล่นักขุดให้ออกจากบล็อคเชนเพราะความยากลำบากในการขุดที่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งไม่สามารถขุด Ethereum ได้อีกต่อไป
  • Ethereum จะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดหากการใช้งาน Ethereum 2.0 ยังคงล่าช้าอยู่
  • A New Offer from Exclusible: The Exclusible Luxury Penthouses Read now!
Promo

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นักพัฒนาของ Ethereum ได้ประกาศเลื่อน “Difficulty Bomb” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลไกตรวจสอบความถูกต้องของบล็อกเชน หรือ กลไกฉันทามติ (Consensus Algorithm) ที่จะทำให้ไม่สามารถขุด Ethereum ได้ในที่สุด

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับเหล่าผู้ชื่นชอบ Ethereum ที่หวังให้การควบรวม Ethereum 2.0 เสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคม ในขณะที่ Mikhail Kalinin นักวิจัยของ ConsenSys ได้เริ่มทำการอัปเกรด Ethereum อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว นักพัฒนาอีกหลายรายก็ได้อัปเดตชุมชนผู้ใช้งานที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับการย้ายจากกลไก Proof of Work ที่ใช้พลังงานจำนวนมากของ Ethereum ไปสู่กลไกแบบ Proof of Stake (PoS)

แม้จะยังไม่มีการประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้ออกมากล่าวก่อนหน้านี้ว่า การอัปเกรดจะพร้อมใช้งานภายในเดือนสิงหาคม เว้นแต่จะมีปัญหาเข้ามาขัดขวาง

ความล่าช้าของ Difficulty Bomb

Sponsored
Sponsored

ข่าวล่าสุดจากนักพัฒนาออกมาเมื่อวันศุกร์ โดยอธิบายถึงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการปรับใช้ “Difficulty Bomb” ซึ่งเป็นส่วนของโค้ดที่เมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะค่อย ๆ ไล่นักขุดให้ออกจากบล็อคเชนเพราะความยากลำบากในการขุดที่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งไม่สามารถขุด Ethereum ได้อีกต่อไป

นักพัฒนาได้ลงมือทำ Difficulty Bomb และได้เลื่อนกำหนดออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

ในวันศุกร์ ปัญหาต่าง ๆ ได้กระตุ้นให้นักพัฒนาเร่งวันที่จะเผยแพร่ Ethereum 2.0 ให้กลับคืนมา หลังจากทดสอบการรวมจุดบกพร่องบน Ropsten ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายทดสอบที่เก่าแก่ที่สุด

สำหรับ Ethereum ทาง Danny Ryan ผู้พัฒนารายหนึ่งระบุว่า 14 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตรวจสอบเครือข่าย รวมถึงผู้ที่รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย ได้ถูกออฟไลน์ไปเมื่อมีการปรับใช้โค้ดใหม่นี้

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม Ryan กล่าวว่า เขาคงจะ “รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง” หากโค้ดถูกนำไปใช้กับบล็อกเชน Ethereum หลักในสถานะปัจจุบัน เขาสรุปการทดสอบของ Ropsten ว่าเป็นสถานการณ์ที่ผู้ตรวจสอบ 9% มีปัญหาในการกำหนดค่า และข้อบกพร่องเล็กน้อยสองข้อจะส่งผลกระทบต่อนักเดิมพันบางราย (ผู้ที่ล็อคเหรียญเพื่อรอโอกาสที่จะยืนยันธุรกรรมและรักษาเครือข่ายแบบ Proof of Stake)

อย่างไรก็ตาม นักพัฒนารายอื่นๆ ก็มีความระมัดระวังมากขึ้น โดยสนับสนุนให้มีการเลื่อนไปจนกว่าปัญหาทั้งหมดจะคลี่คลาย
“การเลื่อนกำหนดการจะทำให้คุณมีเวลาขึ้น” Thomas Jay Rush กล่าวมาทางโทรศัพท์ ซึ่ง Tim Beiko ผู้นำนักพัฒนาช่วยอำนวยความสะดวกให้
“มันดูจะไม่ดีต่อชุมชนผู้ใช้งาน แต่คุณก็ไม่สามารถทำอะไรได้”
Beiko มองว่าการเปิด Difficulty Bomb ใหม่อาจทำให้นักพัฒนารู้สึกผ่อนคลายและลดความเหนื่อยล้าลงไปได้
“ถ้าเราชะลอสิ่งนี้ไว้จริง ๆ ผมคิดว่ามันจะเป็นความล่าช้าตามความเป็นจริงที่จะยังคงความเร่งด่วนเอาไว้ แต่แรงกดดันที่มากเกินไปจะทำให้ทีมเหนื่อยล้า ซึ่งนั่นเป็นสถานการณ์ที่เราไม่ต้องการเช่นกัน”
Alexey Sharp นักพัฒนาหนึ่งอีกคนกล่าวว่า พวกเขากำลังทำงานอย่างเต็มความสามารถและไม่ต้องการ “รู้สึกว่าโดนเร่ง”

Beiko มั่นใจว่าจะเปิดตัวในปีนี้

Beiko ยอมรับว่าพวกเขายังไม่ได้เข้าโค้ดเครือข่ายที่เป็นทางการ (Mainnet) หรือก็คือโค้ดยังไม่พร้อมที่จะนำมาควบรวมกับบล็อคเชน Ethereum ในปัจจุบัน
Buterin กล่าวว่าการควบรวมกิจการอาจล่าช้าออกไปหากนักพัฒนาต้องใช้เวลาเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวในเดือนกันยายนหรือตุลาคม Beiko บอกกับ Bloomberg ว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่การควบรวมกิจการจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ โดยอ้างว่ามีโอกาสถึง 90-99%
ความล่าช้าของ Difficulty Bomb ถือเป็นดาบสองคม ในแง่หนึ่ง หากการนำมาใช้เกิดความล้มเหลวก็จะกลายเป็นหายนะต่อเครือข่าย
ในอีกแง่หนึ่ง ยิ่งนักพัฒนาใช้เวลานานเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาให้บล็อกเชนแบบ Proof of Stake อื่น ๆ กินส่วนแบ่งการตลาดของ Ethereum ได้นานขึ้น
เมื่อวานนี้ Ethereum ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกตามส่วนแบ่งการตลาดร่วงลง 6.4% และร่วงลงไป 66% จากสถิติสูงสุดในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหาต่อไปนี้ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองหรือความคิดเห็นของ BeInCrypto มันจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงิน กรุณาทำการวิจัยของคุณเองก่อนที่จะทำการตัดสินใจลงทุนใดๆ ทั้งนี้เป็นไปตาม แนวทางของ Trust Project ของเรา และโปรดอ่าน ข้อกำหนดและเงื่อนไข, นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา